อาภัสรา หงสกุล

สมัยนั้น อาภัสรา หงสกุล นางสาวไทย ปี 2507 ไปประกวด นางงามจักรวาล ชนะเลิศ ได้เป็นนางสาวจักรวาล 1965 (2508) สร้างความยินดีแก่คนไทยอย่างมาก เธอสวยมากครับ จนถึงทุกวันนี้ ยังไม่เห็นมีใครสวยเทียมเท่าเธอเลย

บทความดี ๆ จากนิตยสาร “สกุลไทย” ปีที่ 40 ฉบับที่ 2058 ประจำวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2537 คอลัมน์ “ฟรีสไตล์” บทความโดย “แก้วใส” ในชื่อเรื่อง “อาภัสรา หงสกุล – นางงามสองมงกุฎ” มาให้แฟนนางงามได้ร่วมระลึกถึงคืนวันอันงดงามของคุณปุ๊กกันอีกครั้ง (ของเรา เอามาจาก เว็บ http://thailandbeauties.com ขอบคุณมาก

ราวปลายปี 2507 ชื่อเสียงของ อาภัสรา หงสกุล เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไปเป็นอย่างดี ในตำแหน่งนางสาวไทย จนกระทั่งถึงในราวกลางปี 2508 ชื่อเสียงของ อาภัสรา หงสกุล ก็โด่งดังไปทั่วโลกในตำแหน่ง Miss Universe ชื่อเสียงและเกียรติยศของเด็กนักเรียนสาวน้อยวัย ๑๗ อย่าง คุณปุ๊ก ในครั้งกระนั้นโดดเด่นขึ้นมาแทบจะในวินาทีเดียวกันกับที่มงกุฎนางสาวไทย และมงกุฎนางงามจักรวาล ปรากฏงดงามอยู่ที่ศีรษะของเธอ

“ตอนนั้นอายุเพิ่งจะ 17 กำลังเรียนอยู่ที่ปีนัง ก็เผอิญมีผู้ใหญ่ที่รู้จักกันดีกับคุณพ่อ มาขอให้เข้าประกวดนางสาวไทย จำได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคฟื้นฟูให้มีการประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่หยุดพักไปเสียนาน”

เมื่อ คุณปุ๊ก ตัดสินใจเข้าประกวดนางสาวไทยในสมัยนั้น หนังสือพิมพ์สารพัดฉบับก็ต่างพร้อมใจกันโหมประโคมข่าวว่า “อาภัสรา เบอร์ 30” เป็นตัวเก็งเต็งหนึ่งมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มการประกวดในวันแรก

“สมัยนั้นผู้เข้าประกวดสวย ๆ กันทั้งนั้น ปีกก็ไม่ค่อยจะแน่ใจว่าตัวเองจะได้ตำแหน่งนางสาวไทย แต่สื่อมวลชนก็เชียร์กันมากจริง ๆ จนมาถึงวันใกล้ตัดสิน เราก็เริ่มจะมั่นใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า อย่างไรเสียคงต้องติด 1 ใน 5 แน่ ๆ”

กว่าจะผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ คุณปุ๊ก บอกว่ามีมากมายราว 40-50 ท่าน เข้ามาถึงรอบ 1 ใน 5 คนได้นั้น รอยยิ้มหวานของ อาภัสรา ก็ชนะใจคนชมอย่างล้นหลามแล้ว

“ตอนนั้นกรรมการตัดสินจำได้ก็เห็นจะมี คุณหญิงสุเนตร พงษ์โสภณ คุณหญิงสวลี ชลวิจารณ์ และผู้ใหญ่ที่น่านับถืออีกหลายท่าน ซึ่งจะตัดสินกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนทีเดียว ตอนประกาศผลการตัดสิน ปุ๊กอยู่หลังเวทีพร้อม ๆ กับผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ ซึ่งเขาก็จะประกาศเรียกชื่อออกไปที่หน้าเวทีทีละคนทีละคน จนครบ 4 คนแล้ว จึงประกาศชื่อ อาภัสรา เป็นคนสุดท้าย ว่าได้ตำแหน่งนางสาวไทย ตอนนั้นตื่นเต้นมาก เพราะเสียงเรียกชื่อ อาภัสรา จากคนดูดังลั่นไปหมดทั่วบริเวณงานเลย”

เพียงวินาทีที่มงกุฎนางสาวไทย ประจำปี 2507 ถูกสวมลงบนศีรษะของ อาภัสรา หงสกุล ปัจจุบันและอนาคตของเด็กสาววัย 17 ก็ถูกพลิกผันไปในทันที

“ตำแหน่งนางสาวไทยที่ได้รับมา มีเกียรติมาก ปุ๊กจำได้ว่า ปุ๊กได้รับพระราชทานถ้วยทองคำหนัก 10 บาท จากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ได้รับประทานสร้อยคอเพชราวุธ จากสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรัตน์ และมีท่านผู้หญิงไสว จารุเสถียร เป็นผู้สวมมงกุฎนางสาวไทยให้ วันนั้นเป็นวันแห่งความปลาบปลื้มที่สุด แล้วหลังจากนั้น จากเด็กนักเรียนธรรมดา ๆ ก็กลายมาเป็นนางสาวไทย เป็นคนของสังคมไปในที่สุด”

คุณปุ๊ก หยิบมงกุฎนางสาวไทยของเธอขึ้นมาลูบ ๆ คลำ ๆ พลางบอกกล่าวกับเราว่า

“มงกุฎนางสาวไทยของปุ๊ก นี่ขนาดเล็กกว่าใครเพื่อนเลย และไม่ได้มีการออกแบบอย่างสวยงามเหมือนเดี๋ยวนี้ นางสาวไทยรุ่นหลัง ๆ ปุ๊ก ส่วนมากจะได้มงกุฎอันใหญ่ ๆ สวย ๆ กันทั้งนั้น”

คุณปุ๊ก บอกว่ามงกุฎนางสาวไทยขนาดเล็กของเธอนั้น จะมีแหวนเพชรแท้อยู่ตรงกลางของมงกุฎ ซึ่งจะสามารถถอดออกมาสวมได้ทันที แต่ปัจจุบันคุณปุ๊กเหลือไว้แต่เพียงมงกุฎเท่านั้น เพราะตัวแหวนเพชรเธอได้นำไปจับสลากสะเดาะเคราะห์เสียแล้ว

“ตอนนั้นคุณแม่ไปดูหมอให้ปุ๊กแล้วบอกว่า ปุ๊กจะมีเคราะห์ร้ายถึงชีวิต ให้หาของมีค่าส่วนตัวไปสะเดาะเคราะห์เสีย ปุ๊กก็จึงนำแหวนเพชรที่มงกุฎนางสาวไทยไปให้เขาจับสลาก เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ นึก ๆ ก็เสียดายเหมือนกันนะ” (หัวเราะ)

เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานนักที่ อาภัสรา หงสกุล ได้ครอบครองมงกุฎนางสาวไทย เธอก็บินไปประกวดนางงามจักรวาลที่ไมอามี่ มลรัฐฟลอริด้า แล้วสามารถคว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลมาครอบครองได้สมใจคนไทยทั้งชาติ มงกุฎนางงามจักรวาล มงกุฎเกียรติยศอันที่สองก็ได้รับการบรรจงสวมลงบนศีรษะอันงดงามของ อาภัสรา ท่ามกลางสายตาของชาวโลก

“ตอนประกวดนางสาวไทย ยังมีความมั่นใจว่าจะต้องติด 1 ใน 5 แต่เมื่อไปประกวดนางงามจักรวาลนั้น ปุ๊กไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองจะสามารถเข้ารอบ 15 คนได้ สมัยนั้นมีผู้เข้าประกวด 60 คนจาก 60 ประเทศ แล้วคัดเหลือ 15 คน แล้วจึงคัดเลือกนางงามจักรวาลและรองฯ ตอนไปประกวดนางงามจักรวาล ปุ๊กได้รับการสนับสนุนอย่างดีมากทีเดียว เสื้อผ้าที่นำไปใส่ก็สวยงามมากทุกชุด เพราะทั้งคุณหญิงอุไร ลืออำรุง จากร้านกรแก้ว และทั้งหม่อมเจ้าไกรศรี วุฒิชัย ต่างก็ได้ทำเสื้อสวย ๆ ให้ปุ๊กได้นำไปใส่ประกวดอย่างสุดฝีมือ”

คุณปุ๊กเล่าถึงมงกุฎนางงามจักรวาลที่เธอได้รับมาว่า

“สมัยที่ปุ๊กได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลนั้น พอครบปีแล้วเราจะต้องคืนมงกุฎให้กับกองประกวด เพื่อสวมให้กับนางงามจักรวาลคนต่อไป แต่พอมารุ่นหลัง ๆ ทางกองประกวดได้ทำมงกุฎจำลองมอบให้กับนางงามอีกอันหนึ่งต่างหาก ซึ่งเมื่อสองปีก่อนที่ มิสลูปิต้า โจนส์ มาเมืองไทย ทางกองประกวดก็ได้นำมงกุฎนางงามจักรวาลจำลองในสมัยปุ๊ก มามอบให้กับปุ๊กเป็นที่ระลึก เราก็เลยโชคดีได้มงกุฎนางงามจักรวาลมาเก็บไว้คู่กับมงกุฎนางสาวไทย”

เมื่อถามถึงคุณค่าทางจิตใจที่ อาภัสรา รู้สึกต่อมงกุฎทั้งสองอัน คุณปุ๊กกล่าวยิ้ม ๆ ว่า

“ก็รักเท่ากันทั้งสองมงกุฎ เพราะมันมีความหมายกับตัวเรามาก แต่มงกุฎนางสาวไทยของปุ๊กจะไม่ค่อยสวยแล้ว เพราะทำตกบ่อยมาก มันจึงบิด ๆ เบี้ยว ๆ ช่วงก่อนจะไปประกวดนางงามจักรวาล มงกุฎนางสาวไทยของปุ๊กก็หักแล้ว เพราะทำตก ซึ่งก็ดีเหมือนกันเพราะมีคนบอกว่า ถ้ามงกุฎนางสาวไทยไม่หัก เราอาจจะไม่ได้มงกุฎนางงามจักรวาลมาครองก็ได้” (หัวเราะ)

ปัจจุบันนี้ ทั้งสองมงกุฎที่มีคุณค่ามหาศาลกับจิตใจของปุ๊ก จึงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในตู้เซฟของธนาคาร ซึ่งคุณปุ๊กออกตัวกับเรายิ้ม ๆ ว่า

“ถึงมันจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ก็อยากจะเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี เพราะอย่างน้อยมงกุฎทั้งสองก็มีส่วนทำให้เราเป็น อาภัสรา ที่คนรู้จักกันมากมายในวันนี้”

ในวันนี้ชื่อเสียงของ อาภัสรา หงสกุล นอกจากจะเป็นที่รู้จักกันดีว่าเธอเคยเป็นนางสาวไทย และเคยเป็นนางงามจักรวาลแล้ว เรายังรู้จักเธอดีในนามของศรีสะใภ้คนขยันของ “เซ็นทรัล” ยี่ห้อโรงแรมที่เพียงหลับตาแล้วนึกถึงชื่อ ก็จะเห็นไปถึงหน้าของนางงามแล้ว นั้นก็เพราะกองประกวดนางสาวไทยมักจะผูกขาดโรงแรมนี้ ไว้สำหรับเป็นเวทีประกวดคนสวยระดับชาติในทุก ๆ ปีที่ผ่านไป คุณปุ๊กรีบออกตัวอย่างน่ารักว่า

“ถึงไม่มีปุ๊ก เซ็นทรัลก็รับเป็นเวทีประกวดนางงามอยู่แล้ว เพราะคุณสุทธิเกียรติ เป็นคนชอบนางงามมาก”

ประโยคหลังนี้แม้ คุณปุ๊ก ไม่ต้อง (กระซิบ) บอก ก็ดูเหมือนใคร ๆ เขาจะรู้กันไปทั้งเมืองแล้วล่ะค่ะ

ปีนี้ 2553 ขออวยพรให้สัญญลักษณ์แห่งความงามผู้นี้ ประสบแต่ความสุขในทุก ๆ วันของชีวิต และสวยทนสวยนานเป็นต้นตำรับแห่งความงามของสาวสยามตลอดไป


ภาพวิดีโอ ขณะได้รับการประกาศเป็นนางงามจักรวาล ประจำปี 1965 (YouTube)

มาดูความสวยของเธอกันต่อครับ


Miss Universe 1965, the 14th Miss Universe pageant, was won by 18-year-old Apasra Hongsakula of Thailand. It took place on 24 July 1965 at the Miami Beach Auditorium in Miami Beach, Florida, USA.

ประวัติโดยสังเขป

อาภัสรา หงสกุล (Apasra Hongsakula) เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2490 ที่กรุงเทพ มีชื่อเล่น “ปุ๊ก” เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 5 คนของ นาวาเอกเพิ่ม หงสกุล และ นางเกยูร หงสกุล เป็นสาวไทยคนแรกที่ได้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล มีบุตรชายสองคน ที่เกิดกับ หม่อมราชวงศ์เกียรติคุณ กิติยากร คือ หม่อมหลวงรุ่งคุณ กิติยากร และเกิดกับ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์คือ นายภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์

ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย ปี พ.ศ. 2507 ครองมงกุฎนางงามจักรวาล ในปี 2508 เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 14 และคนที่ 2 ของเอเซีย ซึ่ง อากิโกะ โคจิมะ นางงามญี่ปุ่นเป็นสาวเอเซียคนแรกที่ครองตำแหน่งนี้เมื่อ ค.ศ. 1959 สำหรับอาภัสรา เป็นสาวไทยคนที่ 3 ที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย ต่อจากอมรา อัศวนนท์ รองนางสาวไทยปี พ.ศ 2496 อมราเป็นตัวแทนคนแรกเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลปี พ.ศ. 2497 และ ผู้หญิงไทยอีกคนก่อนหน้านี้ที่เข้าเวทีประกวดนางสาวจักรวาลคือ สดใส วานิชวัฒนา

อาภัสรา หงสกุล มีส่วนสูง 164 ซม. (5 ฟุต 7 นิ้ว) สัดส่วน 35-23-35 ซม. ก่อนหน้านี้ศึกษาอยู่ที่ ปีนังคอนแวนต์ ประเทศมาเลเซีย

โดยในปีที่อาภัสราได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลนั้น ได้จัดการประกวดที่หาดไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยรองนางงามจักรวาลคนที่ 1 คือ นางงามจากฟินแลนด์ ที่ 2 นางงามจากสหรัฐ ที่ 3 นางงามจาก สวีเดน ที่ 4 นางงามจากฮอลแลนด์

2 comments to อาภัสรา หงสกุล

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>